• ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า
    ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า

    เทศบาลตำบลสระโบสถ์ได้มีการรณรงค์เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เรบีส์ ไวรัส (Rabies Virus) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด อาทิ สุนัข แมว กระต่าย กระรอก ลิง ค้างคาว รวมถึงคน เชื้อจะสามารถติดต่อได้โดยการกัดหรือข่วนเชื้อจะอยู่ในน้ำลาย ถ้าเป็นสุนัขและแมวจะพบว่ามีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าออกมากับน้ำลายตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ 1-7 วัน โดยโรคนี้เมื่อเกิดการติดเชื้อแล้ว จะส่งผลต่อระบบประสาท โดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง และเมื่อเชื้อเข้าสู่สมองเพิ่มจำนวน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการคลุ้มคลั่ง กระวนกระวาย เกิดอาการชักเกร็ง อัมพาต หมดสติ และเสียชีวิตทุกราย.
  • การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
    การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

    ข้อควรปฏิบัติ
    ภายหลังจากสุนัขบ้าหรือสัตว์ที่สงสัยว่าบ้ากัด
    1. ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด ฟอกด้วยสบู่ 2-3 ครั้ง แล้วทาแผลด้วยน้ำยาพิวิดีน (เบตาดีน) หรือแอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ ไอโอดีนแล้วรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที
    2. ถ้าสุนัขตายให้นำซากมาตรวจ ถ้าหากสุนัขไม่ตายให้ขังไว้ดูอาการ 10 วัน ขณะเดียวกันให้รีบไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าส่วนการรักษาทางสมุนไพรหรือแพทย์แผนโบราณไม่สามารถป้องกันโรคได้ ไม่ควรรอดูอาการสุนัข เพราะอาจสายเกินไปที่จะฉีดวัคซีน
    3. ในกรณีที่ติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้ อาทิ สัตว์ป่า สัตว์จรจัด สัตว์กัดแล้วหนีไป จำเป็นต้องรับการฉีดวัคซีน
    4. ผู้ที่ต้องมารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าคือ มีบาดแผล ไม่ว่าจะเป็นรอยช้ำเขียว มีเลือดไหล แผลถลอกหรือแผลลึก รวมทั้งผู้ที่สุนัขเลียที่นัยน์ตา ริมฝีปาก และผิวหนังที่มีแผลถลอก ส่วนในกรณีที่ถูกเลียผิวหนังที่ไม่มีแผลหรือเพียงแต่อุ้มสุนัขไม่สามารถจะติดโรคได้
  • คาถา 5 ย. ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
    คาถา 5 ย. ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

    คาถา 5 ย. ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
    1. อย่าแหย่สุนัขให้โกรธ
    2. อย่าเหยียบหาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ
    3. อย่าเข้าไปแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า
    4. อย่าหยิบจานข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร
    5. อย่ายุ่งหรือเข้าใกล้สุนัขที่ไม่รู้จักและไม่มีเจ้าของ

สงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยเป็นประเพณีไทยที่ทุกคนรอคอยเพราะจะได้สนุกสนานกับการเล่นน้ำ ที่สำคัญกว่านั้นคือ เราควรอนุรักษ์ประเพณีดีงาม และปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนของไทย เล่นน้ำสงกรานต์อย่างถูกต้องปลอดภัย ดีงาม เทศบาลตำบลสระโบสถ์ขอแนะนำ ดังนี้ค่ะ 

vสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติv

1.ใช้น้ำไม่สะอาดและเย็นเกินไป เพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น สาดน้ำเย็นจัดๆ อาจทำให้เกิดการหนาวสั่นและไม่สบายกันได้การสาดน้ำ แรงๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาหูอื้อและแก้วหูทะลุได้ และหากน้ำที่ใช้เล่นไม่สะอาด เชื้อโรคก็สามารถเข้าไปในหูชั้นกลางผ่านทางเยื่อแก้วหูที่ทะลุ ทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการหูน้ำหนวก และเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา 

2. ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ปืนฉีดน้ำก็เป็นอุปกรณ์การเล่นที่ได้รับความนิยม แต่ในปัจจุบันปืนฉีดน้ำสงกรานต์ถูกพัฒนาให้มีแรงดันสูงขึ้น หากใช้ปืนฉีดน้ำเล่นสงกรานต์ฉีดใส่บริเวณใบหน้าโดยตรง หรือฉีดใส่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ อาจทำให้มองไม่เห็นทางเป็นอันตรายต่อผู้ที่ถูกฉีดใส่ หรือทำให้เกิดอันตรายกับดวงตา 

3. เล่นแป้ง ถึงจะเป็นกฎข้อห้ามมาตลอด แต่ก็พบว่ามีแป้งดินสอพองวางจำหน่าย บางชนิดเป็นดินสอพองที่ใช้ในอุตสาหกรรม มีส่วนผสมของสารโพรพีลิน ตะกั่ว ปรอท เป็นต้น อีกทั้งยังมีการผสมสี ล้วนเป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง ดังนั้นเพื่อไม่ให้พลาดพลั้งเข้าตา เข้าปาก มาใช้น้ำอบแบบไทยๆ หอมชื่นใจกันดีกว่าคะ 

4. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  สาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่นั้น เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมาแล้วขับเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต  โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลใหญ่ มียวดยานพาหนะและประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ หรือแม้แต่การใช้รถกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ หากดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ส่งผลให้สูญเสียทรัพย์สินและชีวิต รวมถึงเกิดการทะเลาะวิวาทเมื่อต่างคนต่างเมาขึ้นมา แล้วสงกรานต์นี้คงจะหมดสนุกเลยละคะ

5. สวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น   โดยเฉพาะสุภาพสตรี การสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นหรือวาบหวิวทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะการถูกลวนลาม การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกเสื้อผ้าสีเข้มๆ เช่น สีดำ สีน้ำเงิน เพราะสีเหล่านี้เมื่อโดนน้ำแล้วจะไม่ทำให้ดูโป๊หรือมองเห็นรูปร่างได้ชัดเจน หรือกางเกงก็ควรเป็นกางเกงที่ไม่เข้ารูปหรือสั้นมากเกินไป เป็นต้น

vสิ่งที่ควรปฏิบัติv

1.  สำรวจสุขภาพ  ให้พร้อมก่อนเล่นสงกรานต์ หากพบว่ามีอาการเจ็บป่วย เช่น มีไข้ ตัวร้อน ปวดศีรษะ เป็นต้น ไม่ควรออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะอากาศร้อนช่วงเดือนเมษายนผนวกกับความชื้นของเครื่องแต่งกายทำให้อาการไข้เพิ่มมากขึ้นได้คะ 

2.  พกอุปกรณ์ติดตัว ที่คุณคิดว่า เข้ากับสถานการณ์หรือสถานที่นั้นๆ เพื่อช่วยปกป้องอุบัติเหตุ เรื่องอันตรายจากการเล่นน้ำ เช่น แว่นกันแป้งหรือน้ำที่ถูกสาดเข้าตาถุงพลาสติกสำหรับเก็บสิ่งของป้องกันการเปียกน้ำ หรือหมวกที่ปกป้องแสงแดด เป็นต้น  

3. เล่นถูกที่ ถูกเวลา  อย่าลืมว่าแดดในช่วงเวลากลางวันในเดือนเมษายนนั้นแรงมาก จึงควรให้เด็กเล็กเล่นน้ำสงกรานต์ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ก่อนเที่ยงหรือช่วงบ่ายแก่ๆ ไปแล้ว และเล่นในที่ที่ปลอดภัย เช่น ไม่เล่นริมคลอง แม่น้ำ หรือริมฟุตบาทที่มีรถผ่านไปมา ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเชี่ยวชน หรือตกหล่นได้ง่าย  

4. เก็บสิ่งของมีค่า  เช่น สร้อยคอ กำไล กระเป๋าสตางค์ หรือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ที่บ้านเป็นดีที่สุด เพราะขณะที่เด็กๆ กำลังเพลิดเพลินสนุกสนาน อาจทำให้ลืมตัว ไม่ทันระวังกับสิ่งของ ทำหล่นหายหรือถูกลักขโมย โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็เกิดขึ้นมาแล้ว  

5. ดูแลเรื่องสะอาด  สนุกสนานกันแล้ว ก็ต้องดูแลตัวเองหลังจากตัวเปียกหรือโดนแป้งปะมา เช่น อาบน้ำ สระผม ล้างเนื้อตัว เช็ดตัวให้แห้ง จะได้ไม่เป็นหวัดเอาได้ง่ายๆ หรือเสื้อผ้าที่เปียกจากการเล่นน้ำไปผึ่งหรือตาก ซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย

>>>>>>>>>> update ล่าสุด  ข่าวสาร    " เทศบาลฯ ห่วงใยประชาชน "   คลิก  CLICK HERE  ได้เลยคะ.. <<<<<<<<

 

Visitors: 17,897