ผลิตภัณฑ์ชุมชนตำบลสระโบสถ์

 กากหมู !! อาหารที่มีรสชาติไม่กากเหมือนชื่อ

   

                     กากหมู  เป็นอาหารที่เป็นที่ติดอกติดใจของทุกคนที่เคยลิ้มรส กากหมู คือการนำหมูสามชั้นหั่นเป็นเส้นแล้วเคล้าเกลือ นำไปทอดให้เหลืองกรอบด้วยไฟกลางถึงอ่อนแบบใจเย็นๆ  จะได้กากหมูเหลืองกรอบ หอมกรุ่น สามารถนำไปรับประทานคู่กับอาหารอื่นเพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารมื้อนั้นของคุณได้อย่างดี   ไม่ว่าจะเป็นอาหารอีสาน  อาหารใต้  อาหารเหนือ อาหารอะไรๆ ก็สามารถรับประทานคู่กับกากหมูได้ โดยเฉพาะคุณสาวๆ ถ้าได้รับประทานกากหมูคู่กับส้มตำรสแซบแล้ว รับรองเลยว่าได้ทั้งอร่อยทั้งหุ่นดีแบบไม่ต้องกังวลเรื่องไขมัน เนื่องจากกากหมูบ้านสระโบสถ์จะทอดเอาน้ำมันออกจนหมด และขั้นตอนการผลิตสะอาดถูกสุขลักษณะ.. แต่หากท่านต้องการรับรสชาติกากหมูเต็มๆแบบเบรคแตกแล้วละก็ เทศบาลตำบลสระโบสถ์ ขอแนะนำให้ท่านเพียงแค่นำพริกป่น  มะขามเปียก นำ้ปลา  ผสมเป็นน้ำพริกผง  แล้วนำกากหมูจิ้มนำพริกผงรับประทานเป็นการเรียกน้ำย่อย ขอบอกเลยว่าอร่อยจะลืมอาหารจานหลักไปเลย .

                     นอกจากการรับประทานกากหมูแบบเพียวๆ แล้ว กากหมูบ้านสระโบสถ์ ยังสามารถนำไปเป็นส่วนประกอบหรือวัตถุดิบในการปรุงเมนูอื่นได้อีก เช่น นำไปใสในแกงบอน แกงขี้เหล็ก แกงหน่อไม้ แกงเปรอะ  แกงอีเหี่ยว (อีเหี่ยว คือ หน่อไม้ที่ผ่านการถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อเก็บไว้รับประทานได้นาน เมื่อนำกลับมาประกอบอาหาร หน่อไม้จะกรุบกรอบ อร่อย เป็นที่นิยมของชาวสระโบสถ์เป็นอย่างมาก) ฯลฯ 

                      กากหมูบ้านสระโบสถ์ ผลิตและจำหน่ายกันหลายหลังคาเรือน เนื่องจากมีความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ราคาไม่แพง สะอาด ถูกสุขลักษณะ  ผู้คนมักซื้อติดไว้ประจำบ้านหรือสั่งซื้อครั้งละหลายสิบกิโลกรัมเพื่อนำไปเป็นของฝากได้ทุกโอกาส ถูกใจทั้งผู้รับและผู้ให้..

*****

   ขนมข้าวโปงงาดำ

ขนมข้าวโปงงาดำ ขนมที่รูปร่างไม่ค่อยต้องตา แต่ต้องขอบอกเลยหนา..

ถ้าได้ลิ้มชิมรสสักคราแล้วจะรู้ว่า   เสมือนข้าวที่สวรรค์ส่งมา  เพราะมีรสชาติโอชาเสียนี่กระไร...

                   

                ไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด สำหรับ "ขนมข้างโปงงาดำ" ของบ้านสระโบสถ์ ..ขนมโบราณที่เชื่อกันว่าเป็นขนมของคนเชื้อสายมอญ ข้าวโปงงาดำ  ไม่ใช่ขนมที่ทำได้ง่ายๆ ต้องอาศัยความอดทน ความตั้งใจจริง พอสมควร เนื่องจากขั้นตอนการทำข้าวโปงงาดำ ให้นำข้าวเหนียวมานึ่งให้สุก และนำไปตำให้เป็นเนื้อเดียวกันด้วยแรงคน ต้องขอบอกว่า ต้องใช้แรงคนจริงๆ ร่างกายต้องสมบูรณ์แข็งแรงเพราะต้องใช้แรงพอสมควร เพื่อจะได้ความเหนียว หนึบ นุ่ม ละมุนลิ้น โดยนำเอาข้าวเหนียวที่นึ่งสุกมาตำในครกไม้ขนาดใหญ่  ส่วนไส้ข้างในทำมาจากมะพร้าว ถั่วลิสง น้ำตาลปี๊บ นำมากวนเข้าด้วยกัน เมื่อผัดไส้เรียบร้อย จึงนำแป้งที่ตำจนเหนียวดีแล้วมาปั้นห่อไส้ ให้มีขนาดพอดีคำ (คำโตๆ) แล้วนำขนมที่ปั้นได้ลงคลุกกับงาดำที่ตำละเอียด  จะได้ข้าวโปงงาดำที่มีความหอมจากไส้และงาดำ และเมื่อรับประทานจะได้ความเหนียวกำลังดีจากข้าวเหนียว  จึงเป็นความลงตัวที่เมื่อได้ลิ้มลองแล้วต้องติดใจอย่างแน่นอน.

                ข้างโปงงาดำของดีของอร่อย บ้านสระโบสถ์มีจำหน่ายทุกวันที่ตลาดสดเทศบาลตำบลสระโบสถ์  แต่ต้องขอบอกเลยว่าถ้าชะล่าใจไปเกินเที่ยงวัน มีสิทธิอดรัประทานอย่างแน่นอน  เพราะลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าตลอด ปั้นขายกันไม่ทันเลยทีเดียว ของดี ของอร่อย..เทศบาลตำบลสระโบสถ์ขอเชิญชวนทุกท่านลิ้มชิมรสข้าวโปงงาดำบ้านสระโบสถ์สักครั้ง ซื้อรับประทานเอง ซื้อฝากญาติสนิทมิตรสหาย รับรองเลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน. 

*****

ขนมนางเล็ด

 

                 จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  เราจะได้รับการสั่งสอนมาเสมอว่ากินข้าวต้องให้เกลี้ยงจาน เพราะกว่าชาวนาจะปลูกข้าวแต่ละเม็ดได้นั้นต้องใช้หยาดเหงื่อแรงงานมาก  อีกทั้งกว่าต้นข้าวจะเติบโตออกรวงก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน  ผู้ใหญ่สมัยก่อนจึงคิดวิธีการถนอมอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะทำเค็ม หมัก ดอง ย่าง ตากแห้ง สำหรับเนื้อสัตว์ ผัก และธัญญาหารที่รับประทานไม่หมด  สำหรับข้าวนั้น วิธีหนึ่งที่ใช้เมื่อรับประทานไม่หมดคือ แปรรูปให้เป็นอาหารจานใหม่ เช่น ขนมนางเล็ด  ที่ทำจากข้าวเหนียวนึ่งที่รับประทานไม่หมด  สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๑๕  อธิบายไว้ว่า

                  นางเล็ด  เป็นชื่อขนมชนิดหนึ่ง  ทำจากข้าวเหนียวนึ่ง  นำมาทำเป็นแผ่นกลมขนาดย่อม ๆ  ตากให้แห้งสนิท  แล้วทอดกรอบ  โรยหน้าด้วยน้ำตาลเชื่อมแก่ ๆ  ซึ่งแต่เดิมใช้น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลโตนด (ที่ปัจจุบันเรียก น้ำตาลปีบ)  ต่อมามีการใช้น้ำตาลทรายขาวแทน  แล้วเหยาะสีผสมเข้าไปให้เป็นสีแดง สีเขียว เป็นต้น   ซึ่งคุณภาพจะสู้น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนดไม่ได้  นางเล็ดจัดเป็นขนมแห้งที่มีรสหวาน มัน กรอบ นิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง  ซึ่งเก็บไว้รับประทานได้ชั่วระยะเวลาไม่เกิน  ๕-๗  วัน เนื่องจากเป็นขนมที่ทำให้สุกด้วยการทอด  หากเก็บไว้นานจะมีกลิ่นหืน

                   ปัจจุบันการทำขนมนางเล็ดนั้น  สะดวกสบายขึ้นไม่ต้องพึ่งฟ้าระอาฝน  เพราะมีเตาอบที่ตั้งระบบไฟได้ตั้งแต่อ่อนสุดคล้ายแสงแดดจนถึงสูงสุดคล้ายแดดจัด  นอกจากนี้  ยังมีการปรับปรุงนางเล็ดที่จากเดิมมีเพียงรสหวานกับรสเค็มให้มีรสชาติหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ถูกปากสำหรับทุกเพศทุกวัย  โดยการโรยหน้าด้วยหมูหยอง  เมล็ดมะม่วงหิมพานต์  ธัญพืชต่าง ๆ เป็นต้น  อีกทั้งยังทำรูปแบบให้สะดุดตา  เช่น  รูปหัวใจ  รูปถ้วย  รูปโดนัต  รวมถึงการปรับขนาดให้พอดีคำเพื่อความสะดวกในการรับประทานมากยิ่งขึ้น

                    นับเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วนของพ่อแก่แม่เฒ่าในสมัยก่อน ที่คิด ประดิษฐ์ และดัดแปลงวิธีการถนอมอาหาร  ทำให้เรามีขนมอร่อย ๆ อย่างนางเล็ดไว้ทานจนถึงทุกวันนี้.

***** 

ตะกร้าสาน..แสนสวย

                    ผู้ผลิตงานจักสานหรือเครื่องจักสานถึงจะมีอยู่จำนวนน้อย แต่ก็ยังคงมีอยู่ทั่วไปทุกภาคในประเทศ  นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว งานจักสานยังสะท้อน วัฒนธรรม สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ และภูมิปัญญาของชาวบ้านได้อีกด้วย ในขณะที่สภาพสังคม เศรษฐกิจปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากเดิม การไปมาหาสู่กันระหว่างเมืองกับชนบทติดต่อกันได้สะดวก รวมถึงความเจริญก้าวหน้าทางกระแสวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาแทนที่วัฒนธรรมเดิม ทําให้สภาพความเป็นอยู่การดํารงชีวิตของคนในชุมชนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลกระทบทําให้งานจักสานหรืออาชีพจักสานลดน้อยลงไปเรื่อยๆ  

                     คุณค่าของภูมิปัญญาไทย ได้แก่ ประโยชน์ และความสำคัญของภูมิปัญญา ที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างสรรค์และสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง จากอดีตสู่ปัจจุบัน ทำให้คนในชาติเกิดความรัก และความภาคภูมิใจ ที่จะร่วมแรงร่วมใจสืบสานต่อไปในอนาคต เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ สถาปัตยกรรม ประเพณีไทย การมีน้ำใจ ศักยภาพในการประสานผลประโยชน์ เป็นต้น ภูมิปัญญาไทยจึงมีคุณค่า สามารถปรับประยุกต์หลักธรรมคำสอนทางศาสนาใช้กับวิถีชีวิตได้อย่างเหมาะสม   คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยนำหลักธรรมคำสอนของศาสนา มาปรับใช้ในวิถีชีวิต ได้อย่างเหมาะสม ทำให้คนไทยเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ประนีประนอม รักสงบ ใจเย็น มีความอดทน ให้อภัยแก่ผู้สำนึกผิด ดำรงวิถีชีวิตอย่างเรียบง่าย ปกติสุข ทำให้คนในชุมชนพึ่งพากันได้ แม้จะอดอยากเพราะ แห้งแล้ง แต่ไม่มีใครอดตาย เพราะพึ่งพาอาศัยกัน

                     แต่ชุมชนบ้านสระโบสถ์ ยังคงรักษาวัฒนธรรม ภูมิปัญญางานจักสานอย่างต่อเนื่อง  เพื่อการส่งเสริมความรู้ด้านงานจักสานแก่เยาวชนรุ่นใหม่  ได้สืบทอดงานจักสานให้คงอยู่ต่อไป  ตะกร้าสานของบ้านสระโบสถ์  มีความสวยงาม  คงทน และราคามิตรภาพอีกด้วย แหล่งจำหน่ายตะกร้าสานของชุมชนบ้านสระโบสถ์ มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน ท่านใดที่มีความสนใจจะสนับสนุนเพื่อใช้เองหรือจำหน่ายต่อ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่งานประชาสัมพันธ์ เทศบาลตำบลสระโบสถ์ ในวันและเวลาราชการ  รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน. 

*****

ไม้กวาดทางมะพร้าว...อีกหนึ่งภูมิปัญญาชาวสระโบสถ์

                   การทำไม้กวาดทางมะพร้าว คือ ภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่คนไทยเรารู้จักคิดค้นหาวิธีประดิษฐ์ขึ้นจนสำเร็จและสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน รวมทั้งเป็นภูมิปัญญาอีกอย่างหนึ่งของบ้านสระโบสถ์ และสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษมาถึงถูกหลาน จากก้านมะพร้าวเพียง ๑ ก้าน สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ ต้นมะพร้าวเป็นต้นไม้ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างนอกจากจะนำน้ำมะพร้าวมาดื่ม เนื้อมะพร้าวมารับประทาน ทั้งรับประทานเนื้อสด ๆ หรือนำมาคั้นเป็นกะทิใส่ในอาหารคาว หวาน ได้หลายอย่างแล้ว กะลามะพร้าวยังสามารถนำมาประดิษฐ์สิ่งของได้เช่นกัน อาทิ เครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยแขน แหวน กำไล เข็มขัด ของใช้ เช่น กะลาก๊อบแก๊บ เปลือกของลูกมะพร้าวสามารถนำมาปลูกต้นไม้ได้ เช่น ปลูกต้นกล้วยไม้ ยอดอ่อนของมะพร้าวก็สามารถนำมาทำอาหารได้ เช่น แกงไก่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน ยำยอดมะพร้าวอ่อน ยอดมะพร้าวอ่อนผัดกุ้ง ตำยอดมะพร้าวอ่อน เป็นต้น เยื่อหุ้มต้นมะพร้าวสามารถนำมาทำเป็นกระเป๋าได้ ลำต้นก็สามารถนำมาทำเก้าอี้ ทำรั้ว ใบมะพร้าวก็สามารถนำมาสานปลาตะเพียน ตั๊กแตน และเอามาห่อขนมได้ ส่วนทางมะพร้าว ก็สามารถนำมาทำไม้กวาดหยากไหย้ แจกัน ขันโตก ไม้กลัดห่อขนมหรือของต่างๆ

                    การทำไม้กวาดทางมะพร้าว..ไม่มีขั้นตอนยุ่งยากมากมาย แต่ต้องอาศัยความมานะอดทน เนื่องจากไม้กวาดทางมะพร้าวที่คุณภาพต้องใช้ก้านมะพร้าวที่แห้งสนิท  เมื่อมัดรวมเป็นไม้กวาดจำให้แน่นไม่เกิดการหดตัวเมื่อทำเสร็จแล้ว

                    การทำไม้กวาดทางมะพร้าว  นอกจากเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นแล้ว  ยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้  เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และยังก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันในชุมชนอีกด้วย.

                    ณ บ้านสระโบสถ์ ปัจจุบันมีลุงราญ (ลุงสำราญ) ซึ่งเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสืบสานภูมิปัญญาการทำไม้กวาดทางมะพร้าว.

*****

Visitors: 17,894